2005/Aug/06

ชื่อวิตามินชื่อทางเคมีการละลายในDeficiency Disease
Vitamin ARetinolFatNight-blindness
Vitamin B1ThiamineWaterBeriberi
Vitamin B2RiboflavinWaterAriboflavinosis
Vitamin B3NiacinWaterPellagra
Vitamin B5Pantothenic acidWaterParesthesias
Vitamin B6PyridoxineWater
Vitamin B7BiotinWater
Vitamin B9Folic acidWater
Vitamin B12CyanocobalaminWaterPernicious anaemia
Vitamin CAscorbic acidWaterScurvy
Vitamin D1LamisterolFatRickets
Vitamin D2ErgocalciferolFatRickets
Vitamin D3CalciferolFatRickets
Vitamin D4DihydrotachysterolFatRickets
Vitamin D57-dehydrositosterolFatRickets
Vitamin ETocopherolFat
Vitamin KNaphthoquinoneFat

วิตามิน

Vitamin A (Retinol) RDA: 5,000 IU

  • หน้าที่ วิตามิน A เป็นส่วนประกอบสำคัญของ cornea และยังมีผลต่อการเจริญเติบโต การสร้างกระดูก และระบบสืบพันธ์ นอกจากนี้ยังป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ ทำให้ผิวและผมแข็งแรง Beta carotene (หรือ pro vitamin A) ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามิน A ในร่างกาย Beta carotene เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสามารถชะลอความแก่ได้

  • อาการเมื่อขาดวิตามิน A จะมีตาแห้ง คันและตาอักเสบ ตามองไม่เห็นในเวลากลางคืน ผมแห้ง ผิวแห้งและหยาบ ติดเชื้อได้ง่าย ถ้าขาดมากฟันและกระดูกไม่แข็งแรง

  • แหล่งอาหาร วิตามิน A พบมากในตับ ไข่แดง นม น้ำมันตับปลา ไก่ Beta carotene พบมากในผักสีเขียว ผลไม้สีเหลืองและเขียวเข็ม

  • การป้องกันการขาดวิตามิน เอ สามารถทำได้โดยการรับประทานผลไม้สีส้มหรือเหลือง ผักใบเขียวโดยรับประทานสดๆ การเก็บรักษาผักและผลไม้ให้เก็บในภาชนะและแช่ตู้เย็น ผักควรใช้วิธีการต้มหรืออบมากกว่าการทอด

Vitamin B1 (Thiamine) RDA: 1.1 to 1.5 mg

  • Thiamine จะทำงานเป็น coenzyme ช่วยในการเผาผลาญอาหารจำพวกแป้ง หากขาดวิตามินนี้จะมีอาการปลายประสาทอักเสบ มีอาการทางสมอง และทางเดินอาหาร
  • หน้าที่มีส่วนในการทำงานของเส้นประสาท กล้ามเนื้อ หัวใจ และการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต์
  • แหล่งอาหาร พบมากในธัญพืช เช่นข้าว ถั่วชนิดต่างๆ เครื่องในสัตว์ ไข่หมู

สาเหตุของการขาดวิตามิน

  • เกิดจากการรับประทานวิตามินไม่เพียงพอโดยเฉพาะรับประทานข้าวที่ผ่านการขัดสีจะทำให้วิตามินหลุดออกไป
  • เกิดจากภาวะที่ร่างกายเราต้องการวิตามินมากกว่าปกติ เช่น คนท้อง คนที่คอพอกเป็นพิษ ผู้ที่ให้นมบุตร คนที่มีไข้สูง

อาการของผู้ที่ขาดวิตามินเป็นอย่างไร

  • อาการทั่วๆจะมีอาการอ่อนเพลีย หงุดหงิด ความจำไม่ดี นอนไม่หลับ เจ็บหน้าอก เบื่ออาหาร ท้องผูก
  • ผู้ป่วยจะมีอาการชาโดยเฉพาะทปลายเท้าทั้งสองข้างเรียก beriberi
  • บางรายอาจจะมีอาการปวด หรือเป็นตะคริวโดยเฉพาะเวลากลางคืน
  • ปวดกล้ามเนื้อ ลุกไม่ขึ้น
  • อาการทางประสาทมักจะเกิดในคนที่ขาดวิตามินอยู่แล้ว เกิดอาการขาดอย่างเฉียบพลันผู้ป่วยจะมีอาการสับสน พูดจาวกวนไปมาเรียกระยะนี้ว่า Korsakoff's syndrome หากไม่รักษาผู้ป่วยจะมีอาการตากระตุก เห็นภาพซ้อน โคม่าและเสียชีวิตเรียกระยะนี้ว่า Wernicke's encephalopathy
  • Cardiovascular (wet) beriberi (Shoshin beriberi) คนที่ขาดวิตามินบี1และมีอาการทางหัวใจเด่น ผู้ป่วยจะมีอาการใจสั่น ชีพขจรเร็ว ผิวร้อน เหงื่อออก หากเป็นมากจะมีอาการหัวใจวาย เหนื่อง่าย นอนราบไม่ได้ เท้าบวม

การวินิจฉัย

  • ตรวจปัสสาวะพบว่าการขับวิตามินออกทางปัสสาวะน้อยกว่า 50 ?g/day
  • หรือตรวจหา Erythrocyte transketolase activity ก่อนและหลังให้วิตามินบี1

การรักษา

  • ผู้ที่มีปลายประสาทอักเสบไม่มากให้รับประทานวิตามินบี1วันละ 20-30 มิลิกรัมเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์แล้วแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีวิตามินบี1 สูง
  • สำหรับผู้ที่มีหัวใจวายให้ฉีดครั้งละ 50-100 มิลิกรัมผู้ป่วยจะตอบสนองเร็ว ยุบบวม
  • สำหรับผู้ที่มีอาการทางประสาท ให้ฉีดครั้งละ 50-100 วันละ 2 ครั้งจนอาการดีขึ้นจึงให้รับประทานวันละ 20-30 มิลิกรัม
  • ผู้ป่วยมักจะขาดวิตามินอื่นด้วยจึงต้องให้วิตามินอื่นเสริม
  • นอกจากนั้นผู้ป่วยจะขาด Magnesium

Vitamin B2 (Riboflavin) RDA: 1.3 to 1.7 mg

  • หน้าที่ มีส่วนร่วมในการเผาผลาญ คาร์โบไฮเดรต์ ไขมัน โปรตีน และในการใช้วิตามินอื่นนอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมในการสร้างฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต adrenal gland
  • ผู้ที่เสี่ยงต่อการขาดวิตามินได้แก่ ผู้ที่กินยาคุมกำเนิด ยาแก้ซึมเศร้า ยาแก้โรคจิต จะมีโอกาสขาดวิตามินตัวนี้ได้ง่าย อาการสำคัญที่พบได้คือ ปากนกกระจอก ปวดแสบในปาก
  • แหล่งอาหาร พบมากในเครื่องใน เมล็ดธัญพืช ถั่ว เนย ไข่ เนื้อสัตว์ ปลา ผักใบเขียว

สาเหตุการขาดวิตามิน

  • รับประทานวิตามินไม่เพียงพอ เกิดจากการดื่มนมไม่พอ หรือรับประทานเนื้อสัตว์ไม่พอ
  • เกิดจากพวกมีโรคประจำเช่น ท้องร่วงเรื้องรัง โรคตับ โรคพิษสุราเรื้อรัง

คนที่ขาดวิตามินจะมีอาการอย่างไร

  • อาการที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ซีด และมีมุมปากเปื่อยที่เรียกว่าปากนกกระจอก (angular stomatitis)
  • ริมฝีปากจะแดง (cheilosis)
  • ปวดแสบในปาก ลิ้น ก้น ลิ้น ก้น ตามองไม่ชัด คันตา มองแสงจ้าไม่ได ถ้าขาดมากเป็นต้อกระจก
  • ร่องจมูก เปลือกตาจะมีการอักเสบ และมีขุย
  • การวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจปัสสาวะพบว่าสาร riboflavin< 30 ?g /g creatinine ซึ่งจะยืนยันการวินิจฉัย

การรักษา

  • ให้ Riboflavin วันละ 10-30 mg/วันจนเริ่มดีขึ้น จึงลดขนาดของยาเหลือวันละ 2-4 mg/วัน จนหาย

Vitamin B3 (Niacin) RDA: 15 to 19 mg

Recommended Dietary Allowance (RDA) for Adults

Life stage

ชาย

หญิง

ตั้งครรภ์

ให้นมบุตร

อายุมากกว่า19

16 mg/day

14 mg/day

อื่นๆ

18 mg/day

17 mg/day

  • หน้าที่ มีส่วนร่วมในการเผาผลาญ คาร์โบไฮเดรต์ ไขมัน โปรตีน เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร และการผลิตฮอร์โมนทางเพศ รวมทั้งผิวหนัง
  • ช่วยลดไขมัน LDL,Triglyceride และเพิ่ม HDL
  • ป้องกันโรคหลอดเลือดแข็ง

สาเหตุของการขาดวิตามิน

  • สาเหตุเนื่องจากอาหารที่รับประทานขาดวิตามิน เช่นแป้งข้าวโพดของชาวอินเดีย หรืออาหารบางประเภทที่มีความไม่สมดุลของสารอาหาร
  • การขาดวิตามินเนื่องจากโรค เช่น ท้องร่วงเรื้อรัง ตับแข็ง โรคติดสุรา

อาการของผู้ที่ขาดวิตามิน

อาการโรคจะมีอาการทางผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร และระบบประสาท

อาการทางผิวหนัง

อาการทางผิวหนังมักจะเป็นทั้งสองข้าง แบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ

  • ในระยะเฉียบพลัน ผื่นจะมีลักษณะเป็นถุงน้ำ ตกสะเก็ด ผิวลอก มักจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย ผื่นที่เกิดมักจะเกิดบริเวณที่สัมผัสแสงแดด
  • ผื่นบริเวณข้อพับ มักจะเป็นเฉียบพลันบริเวณข้อพับ ผิวแดง ผิวลอก มักจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย
  • ในรายที่เป็นเรื้อรังผิวจะหนา Chronic hypertrophy เป็นร่อง และผิวจะมีสีเข้มขึ้น
  • ในรายที่เป็นเรื้อรังผิวจะมีสะเก็ดเป็นบริเวณกว้าง
  • ผิวหนังบริเวณปาก หรือช่องคลอด หรือท่อปัสสาวะ ลิ้นและเยื่อบุในปาก จะมีอาการอักเสบ แดง หากอาการเป็นมากจะมีอาการเจ็บคอ น้ำลายไหล ลิ้นบวม หากเป็นมากจะมีแผลใต้ลิ้น และกระพุ้งแก้ม

อาการทางระบบทางเดินอาหาร

  • อาการแรกๆจะมีอาการแสบร้อนคอ ท้องอืดแน่นท้อง คลื่นไส้อาเจียน และอาจจะถ่ายอุจาระมีเลือดออก

อาการทางระบบประสาท

อาการทางระบบประสาทประกอบไปด้วย

  • เป็นโรคจิตเภท ความจำเลอะเลือน สับสน ซึมเศร้า วุ่นวาย โกหกตอแหละ
  • มีความพิการทางสมองทำให้ผู้ป่วยซึม มือเกร็ง

การรักษา

  • ห้ามรับประทานวิตามินี้หากท่านเป็นโรคตับหรือกระเพาะอาหาร
  • หากทานเป็นโรคเบาหวาน เก๊าต์ โรคตับ ต้อหิน ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานวิตามิน
  • แหล่งอาหาร มีมากในอาหารหลายประเภท เช่น เครื่องใน เนื้อสัตว์ ธัญพืช ไข่ นม ปลา พืชใบเขียว
  • ผลข้างเคียง ปริมาณ 50 มิลิกรัมก็อาจจะทำให้เกิดหน้าร้อน คันตามตัว ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หากรับประทานมากกว่า 2000 มิลิกรัมอาจจะทำให้เกิดตับอักเสบ น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

Vitamin B5 (Pantothenic acid) RDA: None; 4 to 7 mg suggested

  • หน้าที่ มีส่วนสำคัญในการสร้างฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต และภูมิคุ้มกัน รวมทั้งมีส่วนสำคัญในการสลายพลังงานจากอาหาร
  • อาการขาดวิตามิน พบมากในอาหารหลายชนิด จะพบขาดอาหารในผู้ป่วยที่ขาดอาหารอย่างรุนแรง ผู้ที่ขาดจะมีอาการ เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย
  • แหล่งอาหาร พบมากในเนื้อสัตว์ เครื่องใน ผักไข่ และนม

Vitamin B6 (Pyridoxine) RDA: 1.6 to 2 mg

วิตามินบี 6 คืออะไร

เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำมีรูปแบบทางเคมีสามรูปแบบ คือ pyridoxine, pyridoxal, and pyridoxamine แต่ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของ pyridoxal phosphate ทำหน้าที่เป็น coenzyme ของหลายกระบวนการเช่น

  • decarboxylation and transamination of amino acids
  • deamination of hydroxyamino acids and cysteine
  • conversion of tryptophan to niacin
  • metabolism of fatty acids

หน้าที่หรือประโยชน์ของวิตามินบี 6

  1. วิตามิน บีจะทำงานร่วมกับ enzyme ในร่างกาย 100 กว่าชนิดในการสันดาปโปรตีน
  2. วิตามินบี6จะช่วยสร้าง hemoglobin และยังทำให้ hemoglobin นำออกซิเจนได้เพิ่มขึ้น หากขาดวิตามิน บีจะทำให้เป็นโรคโลหิตจางเหมือนคนขาดธาตุเหล็ก
  3. วิตามินบี6จะมีส่วนในการสร้างภูมิคุ้มกันโดยการสร้างเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น ทำใหร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น
  4. วิตามิน บี6จะทำให้น้ำตาลในเลือดคงที่ เมื่อร่างกายเราขาดน้ำตาล วิตามินบี6จะช่วยละลายน้ำตาลที่สะสมในตับและสารอาหารอื่นเปลี่ยนเป็นน้ำตาล

แหล่งอาหารที่มีวิตามิน บี6

Food

Milligrams

%DV*
Ready-to-eat cereal, 100% fortified, 3/4 c
2.00
100
Potato, Baked, flesh and skin, 1 medium
0.70
35
Banana, raw, 1 medium
0.68
34
Garbanzo beans, canned, 1/2 c
0.57
30
Chicken breast, meat only, cooked, 1/2 breast
0.52
25
Ready-to-eat cereal, 25% fortified, 3/4 c
0.50
25
Oatmeal, instant, fortified, 1 packet
0.42
20
Pork loin, lean only, cooked, 3 oz
0.42
20
Roast beef, eye of round, lean only, cooked, 3 oz
0.32
15
Trout, rainbow, cooked, 3 oz
0.29
15
Sunflower seeds, kernels, dry roasted, 1 oz
0.23
10
Spinach, frozen, cooked, 1/2 c
0.14
8
Tomato juice, canned, 6 oz
0.20
10
Avocado, raw, sliced, 1/2 cup
0.20
10
Salmon, Sockeye, cooked, 3 oz
0.19
10
Tuna, canned in water, drained solids, 3 oz
0.18
10
Wheat bran, crude or unprocessed, 1/4 c
0.18
10
Peanut butter, smooth, 2 Tbs.
0.15
8
Walnuts, English/Persian, 1 oz
0.15
8
Soybeans, green, boiled, drained, 1/2 c
0.05
2
Lima beans, frozen, cooked, drained, 1/2 c
0.10
6
* DV = Daily Value. DVs are reference numbers based on the Recommended Dietary Allowance (RDA). They were developed to help consumers determine if a food contains a lot or a little of a specific nutrient. The DV for vitamin B6 is 2.0 milligrams (mg). The percent DV (%DV) listed on the nutrition facts panel of food labels tells you what percentage of the DV is provided in one serving. Percent DVs are based on a 2,000 calorie diet. Your Daily Values may be higher or lower depending on your calorie needs. Foods that provide lower percentages of the DV also contribute to a healthful diet.

คนเราต้องการวิตามินบี6วันละเท่าใด

ช่วงอายุชายหญิงคนตั้งครรภ์คนให้นม
อายุ 19-501.3 mg1.3 mg
อายุ 51+1.7 mg1.5 mg
ทุกอายุ1.9 mg2.0 mg

ใครต้องการวิตามินบี6เพิ่มขึ้น

อาการขาดวิตามิน ไม่ค่อยพบเนื่องจากพบมากในอาหารทั่วไป จะพบมากในผู้ที่รับประทานยาปฏิชีวนะ ยากันชัก ยาคุมกำเนิด แม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนม อาการที่พบจะมีอ่อนเพลีย ผิวหนังและปากมีผื่น ลิ้นอักเสบรวมทั้งโลหิตจาง กลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการขาดวิตามินบี6ได้แก่

  • คนที่ได้รับอาหารไม่ได้คุณภาพเป็นเวลานาน
  • คนสูงอายุ
  • เด็กที่รับประทานยาขยายหลอดลมคือ theophyllin
  • ท้องร่วงเรื้อรัง
  • ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง
  • ผู้ที่รับคุมกำเนิด
  • ยาที่เรารับประทาน isonicotinic acid hydrazide, cycloserine, hydralazine, penicillamine
  • ผู้ที่มีการใช้มากเช่น การติดเชื้อเรื้อรัง การอักเสบเรื้อรัง เบาหวาน คอพอกเป็นพิษ

ขนาดที่ใช้รักษา

  • สำหรับผู้ใหญ่ให้ขนาดวันละ 50-100 มิลิกรัม

อาการของผู้ที่ขาดวิตามินบี6

ผู้ป่วยที่ขาดวิตามินบี6จะมีผื่นตามผิวหนังที่เรียกว่า seborrheic dermatosis, ปากอักเสบ glossitis, ปากนกกระจอก cheilosis ,ปลายประสาทอักเสบ เม็ดเลือดขาวต่ำ

วิตามินและสุขภาพ

ระบบประสาท

ในการสร้างสาร neurotransmitters (ซึ่งเป็นสารที่สำหรับถ่ายทอดคำสั่ง)ต้องใช้วิตามิน6 เช่น serotonin และ dopamine นักวิจัยพบว่าโรค ลมชัก seizures, เจ็บปวดเรื้อรัง chronic pain, ซึมเศร้า depression, ปวดศีรษะ headache, และParkinson's disease จะมีระดับวิตามินบี6ต่ำ แต่ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าการให้วิตามินบี6จะทำให้โรคดีขึ้น

เส้นประสาทข้อมือถูกกดทับ carpal tunnel syndrome

สมัยก่อนเชื่อกันว่าการให้วิตามินบี6ขนาดสูงอาจจะทำให้อาการของโรคดีขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้หาย และต้องระวังว่าจะได้รับวิตามินเกินขนาด

วิตามินบี6กับภาวะก่อนมีประจำเดือน premenstrual syndrome
สมัยก่อนให้วิตามินบี6ในขนาดสูงเพื่อใช้รักษา แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าได้ผลดี นอกจากนั้นยังพบว่าเกิดปลายประสาทอักเสบจากการได้วิตามินบี6เกินขนาด

วิตามินบี6กับโรคหัวใจ

การขาดวิตามินบี 6 12 และกรดโฟลิกจะทำให้ระดับ homocysteine สูงซึ่งหากสูงมากจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าการให้วิตามินดังกล่าวเพื่อลดระดับ homocysteine จะป้องกันโรคหัวใจได้

ผลเสียของการได้วิตามินบี6 มากเกินไป

มีรายงานว่าการได้รับวิตามินบี 6 มากไปจะทำให้เกิดปลายประสาทอักเสบเกิดอาการเสียการทรงตัวส่วนอาการชาตามปลายมือปลายเท้าพบได้น้อย เมื่อหยุดวิตามินอาการจะกลับสู่ปกติ

Vitamin B12 (Cyanocobalamin) RDA: 2 µg

  • หน้าที่ ทำงานร่วมกับ folic acid ในการสร้างสารพันธุกรรมรวมทั้งการสร้างเม็ดเลือดแดง
  • อาการขาดวิตามิน จะมีอาการอ่อนเพลีย กระสับกระส่าย เจ็บคอและลิ้น ชาตามมือและเท้า วิตามินตัวนี้ถูกสังเคราะห์โดยเชื้อบักเตรีในลำไส้ ดังนั้นผู้ที่กินเจ หรือได้รับยาปฏิชีวนะบ่อย ควรได้รับวิตามินเสริม
  • ผู้ป่วยบางรายที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรดสมองฝ่อ หรือ Alzheimer เมื่อได้รับวิตามิน B12 จะทำให้อาการดีขึ้น
  • แหล่งอาหาร มาจากเนื้อสัตว์ เครื่องใน ไข่ ปลา เนย

Vitamin C (Ascorbic acid) RDA: 100 to 200 mg

ปริมาณวิตามินซีที่ต้องการในแต่ละวันดังแสดงในตาราง

Recommended Dietary Allowance (RDA) for Adults

Life stage

ชาย

หญิง

ตั้งครรภ์

ให้นมลูก

อายุมากกว่า 19

90 mg/day

75 mg/day

ผู้ที่สูบบุหรี่

125 mg/day

110 mg/day

อื่นๆ

85 mg/day

120 mg/day

หน้าที่ของวิตามินซี

  • วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ
  • วิตามินซีจะมีส่วนในการสร้าง collagen ซึ่งทำให้ผิวหนังแข็งแรง
  • เมื่อเกิดแผลจะหายเร็ว
  • หน้าที่ ป้องกันการติดเชื้อโดยเฉพาะไข้หวัด
  • ช่วยการเจริญเติบโตของกระดูก ฟัน เหงือก ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก
  • และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระAntioxidant
  • เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อ หลอดเลือด เม็ดเลือด กระดูก
  • อาการขาดวิตามิน ผู้ป่วยจะเหงือกบวม แดง เลือดออกตามไรฟัน scurvy ผิวหนังจะมีจ้ำเลือด ถ้าขาดวิตามินมากจะทำให้เกิดโลหิตจางเนื้อจากการดูดซึมธาตุเหล็กลดลง ปวดข้อ

แหล่งอาหาร

  • แหล่งอาหารพบมากในผักผลไม้ มะเขือเทศ บรอคเคอรี ส่วนเนื้อสัตว์ เครื่องในพบวิตามินซีน้อย

การป้องกันการขาดวิตามิน

  • ให้รับประทานผักและผลไม้สด หากจะต้มให้ใส่น้ำให้น้อยที่สุด ใช้เวลาในการปรุงให้สั้นที่สุด น้ำผลไม้สดไม่ควรเก็บเกิน 2-3 วัน ผักหรือผลไม้ที่ปลอกเปลือกแล้วห้ามแช่น้ำ หากจะเก็บให้ใส่ภาชนะและแช่ตู้เย็น
  • คณะนักวิจัยพบว่าการรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี จะลดการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็ง แต่การรับวิตามินซีเสริมยังไม่มีหลักฐานว่าจะได้ประโยชน์
  • ข้อควรระวัง ก่อนการรับประทานวิตามินซีเสริมให้ปรึกษาแพทย์ก่อนโดยเฉพาะผู้ที่มีโรค เกาต์ นิ่วในทางเดินปัสสาวะ โรคโลหิคจาง คนตั้งครรภ์

ขาดวิตามินซี

สาเหตุของการขาดวิตามินซี

  • เกิดจากการแพ้อาหารหรือรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง
  • โรคทางเดินอาหาร
  • การตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมจะต้องการวิตามินซีเป็นจำนวนมาก
  • โรคคอกพอกเป็นพิษ 
  • โรคเรื้อรังต่างๆ
  • ผู้ที่ต้องเดินทางทางเรือนานๆ

อาการของการขาดวิตามินซี

  • อาการทั่วไปผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดตามข้อ ปวดกล้ามเนื้อ น้ำหนักลด
  • มีเลือดออกใต้เล็บ
  • เหงือกจะบวม มีสีม่วงและเลือดออกง่าย ฟันหลุดง่าย
  • ต่อมขนจะมีขนาดใหญ่และมีเลือดออกจะเป็นลักษณะที่บอกว่าเป็นโรคนี้

การวินิจฉัยโรค

  • เจาะเลือดจะพบว่ามีระดับวิตามินซีต่ำ <0.2 mg%

การป้องกันและการรักษา

  • ให้วิตามินซีวันละ 60 มิลิกรัมก็เพียงพอที่จะป้องกันโรค
  • การรับประทานวิตามินระดับสูงไม่ช่วยป้องกันไข้หวัด หรือโรคหลอดเลือดแข็ง แต่อาจจะทำให้เกิดท้องร่วง เกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคเลือดออกตามไรฟัน ให้รับวิตามินซีขนาด 100มิลิกรัม วันละ 3 ครั้งเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์

Vitamin D (Cholecalciferol) RDA: 400 IU

  • เป็นวิตามินที่ละลายในไขมันมีอยู่สองฟอมร์คือ ergocalciferol พบในยีสต์ และ cholecalciferol พบในน้ำมันตับปลา ไขแดงและสังเคราะห์ที่ผิวหนัง ส่วนในน้ำนมพบทั้งสองฟอมร์
  • หน้าที่ของวิตามินดีคือเร่งการดูดซึมวิตามินดีในลำไส้
  • หน้าที่ ร่วมกับ calcium ในการสร้างกระดูกและฟัน
  • อาการขาดวิตามิน เมื่อขาดวิตามินทำให้กระดูกและฟันอ่อนแรง นอนไม่หลับ กระดูกหักง่าย ในเด็กถ้าขาดวิตามินากเรียก rickets ส่วนในคนแก่เกิดกระดูกอ่อนแรงเรียก osteomalacia ผิวหนังของเราสามารถสร้างวิตามิน D ได้จากแสงแดด ดังนั้นคนที่ขาดวิตามิน D มักไม่ค่อยเจอแสงเช่น คนป่วย คนที่เกิดในประเทศที่แสงน้อย หรือกินยาปฏิชีวนะบางตัว กินยากันชัก ซึ่งมีผลต่อการดูดซึมวิตามิน D จากลำไส้ เพียงแค่ได้รับแสงแดดวันละ 15 นาทีก็เพียงพอที่จะสร้างวิตามินดี
  • แหล่งวิตามินคือ แสงแดด นม ไข่ ปลา น้ำมันตับปลา

สาเหตุของการขาดวิตามิน

  • คนที่ถูกแสงแดดน้อย เช่นคนสูงอายุ
  • คนที่รับประทานอาหารไม่เพียงพอ ดื่มนมไม่เพียงพอ
  • hypoparathyroidism

อาการของคนที่ขาดวิตามินดี

  • ในเด็กที่ขาดวิตามินดีจะมีการพัฒนาการที่ช้า เช่นเดินช้า คลานช้า กระหม่อมปิดช้า กระดูกกระโหลกโป่ง
  • สำหรับเด็กโตเวลาเดินจะปวดกระดูก หากเป็นมากๆจะมีความพิการของกระดูก
  • Rachitic tetany มีการกระตุกของมือเนื่องจากแคลเซียมต่ำ
  • การเปลี่ยนแปลงกระดูก

Vitamin E (Tocopherol) RDA: 8 mg (women); 10 mg (men)

  • หน้าที่ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งป้องกันระบบประสาท ปอด กล้าม และตาจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ free radicals ชะลอความแก่ของเซลล์ ป้องกันเม็ดเลือดแดงถูกทำลาย และเชื่อว่าป้องกันหลอดเลือดแดงหัวใจแข็งตัว และเสริมภูมิคุ้มกัน

สาเหตุของการขาดวิตามิน

  • ส่วนใหญ่เกิดในเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เนื่องได้วิตามินจากแม่ไม่พอ
  • ส่วนผู้ใหญ่เกิดจากโรคของระบบย่อยอาหารผิดปกติ ทำให้ได้รับวิตามินน้อย

อาการของคนขาดวิตามินอี

  • อาการขาดวิตามิน ถ้าขาดมากทำให้เกิดโลหิตจาง
  • มีความผิดปกติของสมอง มือสั้น เดินเซ
  • ส่วนใหญ่ไม่ค่อยพบว่าขาดวิตามินตัวนี้
  • แหล่งวิตามินคือน้ำมันพืช ไขมัน เนื้อสัตว์ นม ปลา จมูกข้าว ไข่ขาว ผักใบเขียว ถั่ว
  • การเตรียมอาหารมิให้ขาดวิตามินสามารถทำได้โดยเก็บอาหารมิให้ถูกแสง

การรักษา

  • ให้วิตามินทดแทนประมาณ 15-25 มก/กก

โรคที่เกิดจากวิตามินเกิน

โรคที่เกิดจากวิตามินเกินไม่ใคร่ได้พบ แม้ว่าจะรับขนาด 400-800 มกเป็นเวลานาน

วิตามินอี

วิตามินอี เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน มีอยู่ด้วยกัน 8 ฟอร์ม แต่ละฟอมร์จะทำหน้าที่และความแรงต่างกัน วิตามินอีในร่างกายที่มีความแรงมากที่สุดคือ Alpha-tocopherol ( แ- tocopherol) วิตามินอีทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สารอนุมูลอิสระเป็นสารที่เกิดจากการสันดาปหรือของเสียที่เกิดจากการผลิตพลังงาน สารอนุมูลอิสระเหล่านี้จะทำลายเซลล์ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคมะเร็งจากการศึกษาพบว่าวิตามินอีจะลดการผลิตอนุมูลอิสระ และชะลอการเสื่อมของเซลล์ นอกจากนั้นวิตามินอี ยังมีส่วนในการสร้างภูมิคุ้มกัน การซ่อมDNA

อาหารที่ให้วิตามินอี

น้ำมันพืช ถั่ว ผักใบเขียว อาหารธัญพืช ล้วนเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินอี ตารางข้างล่างแสดงอาหารที่มีวิตามินอี

FOOD

Milligrams (mg)
Alpha-tocopherol
per serving

Percent
DV*

Wheat germ oil, 1 tablespoon

20.3

100

Almonds, dry roasted, 1 ounce

7.4

40

Sunflower seed kernels, dry roasted, 1 ounce

6.0

30

Sunflower oil, over 60% linoleic, 1 tablespoon

5.6

30

Safflower oil, over 70% oleic, 1 tablespoon

4.6

25

Hazelnuts, dry roasted, 1 ounce

4.3

20

Peanut butter, smooth style, vitamin and mineral fortified, 2 Tablespoons

4.2

20

Peanuts, dry roasted, 1 oz

2.2

10

Corn oil (salad or vegetable oil), 1 tablespoon

1.9

10

Spinach, frozen, chopped, boiled, ฝ cup

1.6

6

Broccoli, frozen, chopped, boiled, ฝ cup

1.2

6

Soybean oil, 1 tablespoon

1.3

6

Kiwi, 1 medium fruit without skin

1.1

6

Mango, raw, without refuse, ฝ cup sliced

0.9

6

Spinach, raw, 1 cup

0.6

4

คนเราต้องการวิตามินอี วันละเท่าใด

อายุ(ปี)

เด็ก
(mg/day)

ชาย
(mg/day)

หญิง
(mg/day)

ตั้งครรภ์
(mg/day)

ให้นมบุตร
(mg/day)

1-3

6 mg (=9 IU)

4-8

7 mg (=10.5 IU)

9-13

11 mg (=16.5 IU)

11 mg (=16.5 IU)

15 mg (=22.5 IU)

19 mg (=28.5 IU)

14 +

15 mg (=22.5 IU)

15 mg (=22.5 IU)

15 mg (=22.5 IU)

19 mg (=28.5 IU)

ใครที่เสี่ยงต่อการขากวิตามินอี

โดยทั่วไปไม่ค่อยมีใครเป็นโรคขาดวิตามินอี แต่กลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการขาดวิตามินอีได้แก่

  • ผู้ที่ไม่สามารถสร้างนำดี ทำให้ไม่สามารถดูดซึมไขมัน
  • โรคทางพันธกรรม
  • คลอดก่อนกำหนด(โดยเฉพาะน้ำหนักน้อยกว่า 1500 กรัม)

ใครที่ต้องการวิตามินอีเสริมเป็นพิเศษ

  • Crohn's Disease โรคที่มีการอักเสบของลำไส้ทำให้ย่อยอาหารไม่ได้
  • Cystic Fibrosis

การศึกษาวิตามินอีกับโรคต่างๆ

วิตามินอีกับโรคหัวใจ

ก่อนหน้านี้มีความเชื่อกันว่าวิตามินอีจะมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระทำให้ลดการเกิดโรคหัวใจ จะการศึกษาที่ผ่านมาหลายรายงานพบว่าผู้ที่รับประทานวิตามินอีจากอาหารจะมีอุบัติการณ์ของโรคหัวใจต่ำกว่าคนที่รับน้อย โดยประมาณว่าลดลงร้อยละ 30-40

แต่จากการศึกษาถึงผลดีของวิตามินอีชนิดรับประทานพบว่าไม่ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ

วิตามินอีกับโรคมะเร็ง

ยังขาดหลักฐานสนับสนุนว่าวิตามินอีป้องกันโรคมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งลำไส้ แต่หากรับประทานวิตามิดอีมากกว่า 10ปีจะลดอัตราการตายจากมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

Vitamin H (Biotin) RDA: None; 30 to 200 µg suggested

  • หน้าที่ พบในเซลล์ของร่างกาย มีส่วนร่วมในการเผาผลาญอาหาร และการสังเคราะห์ DNAในเซลล์

  • อาการขาดวิตามิน ผู้ที่ดื่มสุรามาก หรือรับประทานยาคุมกำเนิดอาจทำให้ขาดวิตามินได้ อาการที่พบคือ ซึมเศร้า อ่อนเพลีย มีผื่น

  • แหล่งวิตามินคือไข่สุก เครื่องในสัตว์ ข้าว

Vitamin K RDA: 60 to 80 mg

  • หน้าที่ ทำงานร่วมกับตับในการสังเคราะห์สารห้ามเลือด

  • อาการขาดวิตามิน เชื้อบักเตรีในลำไส้สามารถสังเคราะห์วิตามินนี้ได้จากลำไส้ มักพบว่าผู้ที่รับประทานยาปฏิชีวนะ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึม ท้องร่วงเรื้อรังอาจจะขาดวิตามินนี้

  • แหล่งวิตามินคือ ผักใบเขียว ไข่ เนื้อหมู ตับ

Vitamin M (Folic acid) RDA: 180 to 200 µg

  • หน้าที่ เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างสารพันธุกรรม RNA และ DNA ทำงานร่วมกับ vitamin B12 ในการสร้างเม็ดเลือดแดง นอกจากนี้ยังมีส่วนส่วนป้องกันมะเร็งบางชนิด โรคหัวใจ โรคอัมพฤติ และป้องกันเด็กพิการแต่กำเนิดโดยเฉพาะ3เดือนแรกของการตั้งครรภ์

  • อาการขาดวิตามิน ทำให้เกิดโลหิตจาง ระบบย่อยอาหารผิดปกติ ผมงอกก่อนวัย ความจำไม่ดี ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง โรคเกี่ยวกับลำไส้ ผู้ที่ดื่มสุรา กินยาคุมกำเนิด จะมีความต้องการวิตามินตัวนี้สูงขึ้น ยาบางตัว เช่น aspirin ยากันชักจะลดการดูดซึมของวิตามิน

  • พบว่าหากร่างกายมีสาร homocystein ในเลือดสูงจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง folic vitmin B6,B12 จะเปลี่ยนแปลง homocystein ไปเป็น methionine ทำให้ระดับ homocystein ลดลงซึ่งจะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ แต่จากการศึกษายังไม่พบความสัมพันธ์ของ homocystein และโรคหัวใจ

    การป้องกันมะเร็ง

    กรดโฟลิกจะช่วยในการสร้าง DNA จากการศึกษาพบว่าผู้ที่รับอาหารที่มีกรดโฟลิกสูงจะมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดลงโดยเฉพาะผู้ที่ดื่มสุรา

  • แหล่งวิตามินผักใบเขียว เครื่องใน เห็ด

คนส่วนใหญ่จะได้รับวิตามินจากอาหารครบถ้วนมีส่วนน้อยที่ขาดวิตามินโดยเฉพาะวิตามิน 5 ตัว ข้างล่างนี้ซึ่งอาจจะต้องเสริมในผู้ป่วยบางราย

  • Folic acid

  • Vitamin B6

  • Vitamin B12

  • Vitamin D

  • Vitamin E

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:


smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

#1  by   (58.11.10.148) At 2005-09-16 14:58, 
#2  by   (203.151.33.220) At 2005-10-07 16:32, 
#3  by  thongchai (202.28.62.245 /unknown) At 2005-11-01 14:43, 
ดีจัง
#4  by  ตัวเล็กจัง (202.44.14.194 /10.15.8.27) At 2006-08-30 16:37, 
#5  by   (125.25.60.245) At 2006-09-16 16:14, 
gks;fjg;kfgdsfgsfgsdfsfd
#6  by   (168.120.13.193) At 2006-11-14 20:08, 
ดีมากๆ เลยหละกำลังหาอยู่พอดี แต่มีเยอะจัง อ่านซะจนหูตาลาย
#7  by  001 (202.129.34.101 /202.129.34.98, 202.129.34.101) At 2006-12-20 16:59, 
#8  by   (202.129.34.101 /202.129.34.98, 202.129.34.101) At 2006-12-20 17:00, 
#9  by  ฉัตรเมือง (61.19.65.167 /61.19.65.167) At 2007-02-07 13:09, 
#10  by  ส้ทืน (61.19.65.167 /61.19.65.167) At 2007-02-07 13:31, 
#11  by  กฤตพล เเก้ววิยร (202.143.182.194) At 2007-02-19 10:27, 
แล่มเลย...
#12  by  maman (203.113.61.201) At 2007-06-24 18:37, 
ดีเน๊อะ
#13  by  คนสวย (222.123.86.154) At 2007-07-14 13:54, 
big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry
#14  by  อันธิกา (125.24.50.235) At 2007-11-14 08:40, 
สุดยอด
#15  by  เด็กแนว (203.172.181.139) At 2008-01-25 11:43, 
jjj
#16  by   (222.123.98.29) At 2008-04-18 11:17, 
ขอบคุณมากครับเป็นประโยชน์อย่างมากเลย
#17  by   (222.123.98.29) At 2008-04-18 11:17, 
confused smile surprised smile
#18  by  นพวรรณ ช่วยแสง (61.91.163.89) At 2008-06-11 22:13, 
เว็บนี้ดีมากๆเลย ช่วยทำให้งานเดินไปได้เยอะ
มีประโยชน์มากๆ ขอให้พัฒนาเว็บต่อไปนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
#19  by  dear (125.24.37.164) At 2008-06-15 16:31, 

สัส
#20  by  เต้ (118.174.97.219) At 2008-07-01 22:01, 

สัสมีเยาะอ่านไม่หมดควย
#21  by  เต้ (118.174.97.219) At 2008-07-01 22:02, 
=..=
#22  by   (222.123.70.191) At 2008-07-13 20:56, 
#23  by  noom (117.47.221.156) At 2008-08-29 09:59, 
cryต้องภาษาอังก
#24  by  มาย (125.24.238.140) At 2008-12-27 17:48, 
ดีจังเลยขอบคุณมากนะคะ
#25  by  แอ้ว (116.58.231.242) At 2009-01-06 11:43, 
ข้อมูลเยอะมาก
#26  by  แบง (118.175.153.213) At 2009-06-05 15:11, 
ขอบคุณมากเลยครับ

ได้ประโยชน์

ผมเลือดออกตามไรฟันอยุ่บ่อยๆ
ก็พอที่จะรู้วิธีป้องกันและแก้ไขบ้างแล้ว



ขอให้เวบนี่อยุ่นานๆ น้าาาาาาา

question
#27  by  Aof (112.142.242.230) At 2009-09-12 19:46, 
ซูโก้ย 555+
#28  by   (118.173.82.231) At 2009-12-01 23:12, 
#29  by  jhky (118.173.21.201) At 2010-02-12 08:51, 
ขอบคุณจริงๆนะคะ กำลังหางานอยู่พอดีเลย

^________________________________^

เท่านี้งานก้อเดินไปแร้ว
#30  by  ยามิ (58.9.176.4) At 2010-06-04 21:47, 
ขอบใจที่ให้ความรู้
#31  by   (110.164.226.183) At 2010-10-02 11:58, 
big smile
#32  by  moncler jacket (205.209.161.133) At 2010-11-16 16:01, 
ขอบคุณมากเลยครับ

ได้ประโยชน์
#33  by  ugg boots amberlee (66.79.163.114) At 2010-11-26 13:02, 
i read about this topic,ประโยชน์ของวิตามิน, its very interesting to me,thanks to share
#34  by  xpressguru (137.101.218.18) At 2010-12-17 04:45, 
22% of the Smooth Run Plus Calming formula consists of joint support ingredients. Glucosamine sulfate, msm, yucca extract and ascorbic acid, blended with our
proprietary probiotic delivery system enable optimum assimilation of these key ingredients, producing optimum results.
#35  by  moncler coats (205.209.143.61) At 2011-02-09 15:43, 
http://www.tiffanyuk-jewellery.com/
#36  by  tiffany jewelry (60.166.12.98) At 2011-02-11 14:05, 
คนส่วนใหญ่จะ ได้รับวิตามินจากอาหารครบถ้วนมีส่วนน้อยที่ขาดวิตามินโดยเฉพาะวิตามิน 5 ตัว ข้างล่างนี้ซึ่งอาจจะต้องเสริมในผู้ป่วยบางราย http://www.worldoflordcraft.com/
#37  by  browser games (218.50.2.101) At 2011-02-21 13:52, 
http://www.tiffanysjewellery-us.com/tiffany-keys.html
#38  by  tiffany keys (205.209.140.100) At 2011-03-14 14:28, 
Great post really interesting writing style.
#39  by  buy articles (116.71.7.140) At 2011-05-13 17:26, 
ดีๆๆเยียมๆๆคร๊
#40  by  เชอรี่ (1.46.246.222) At 2011-09-11 15:09, 
เข้าใจง่าย มีทั้งแบบภาษาอังกฤษและภาษาไทย
#41  by  อารีรัตน์ (115.67.167.12) At 2011-09-25 08:09, 
Many of us standard men and women could also take pleasure in Moncler Outlet.
#42  by  Moncler Outlet (175.44.20.238) At 2011-10-13 10:54, 
Ugg boots being of very high style and fashion they are also qualitatively very good and durable as well.
#43  by  Ugg Outlet (175.44.20.238) At 2011-10-13 11:01, 

<< Home